เหตุผล 8 ข้อที่เราควรจะออกเดินทางคนเดียวสักครั้งในชีวิต

ฉันเชื่อว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิต เราต้องออกเดินทางคนเดียว จะใกล้หรือจะไกลก็ได้ แต่ต้องไปคนเดียว…

ถึงแม้ว่าการเดินทางคนเดียวมันจะดูน่ากลัว ต้องเดินหลงอยู่บนถนนที่ไม่รู้จัก ไปในที่ที่เราพูดภาษาเขาไม่ได้ ต้องเอาชีวิตของเราไปฝากไว้กับคนแปลกหน้า พอเกิดปัญหาก็จะมีแต่ ‘ตัวเอง’ ที่จะต้องแก้  ไหนจะความเหงาที่คอยมาเยี่ยมไม่ห่างอีก 

ฉันเองก็เคยกลัวที่จะออกไปผจญภัยด้วยตัวเองเหมือนคนอื่นๆนั่นล่ะ แต่พอวันนึงที่ตัดสินใจก้าวข้ามความกลัวนั้นมา และได้ออกเดินทางคนเดียว ก็พบว่านั่นคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต มาถึงวันนี้ก็หลายปีแล้วที่ฉันยังคงเดินทางคนเดียวมาตลอด และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราควรจะเดินทางคนเดียวอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิต

 


1. นี่คือความอิสระแบบเต็มเปี่ยม!


solo travel IIII (1 of 1)

เราจะทำอะไร จะไปที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องประนีประนอมกับใคร อยากเปลี่ยนแผนเมื่อไหร่ก็เปลี่ยน วันนี้อยากจะนอนก็นอน อยากจะไปก็ไป เพราะการเดินทางคนเดียว เราแค่ต้องถกกับตัวเราเองเท่านั้น 

ในชีวิตปกติเราต้องคอยฟังคนนู้นคนนี้ จะไปเที่ยวเล่นต้องนึกถึงเพื่อน ที่ทำงานก็ต้องทำตามคำสั่งคนอื่น ที่บ้านก็ต้องฟังพ่อแม่และอาม่า แต่การเดินทางคนเดียวเราจะได้สัมผัสกับอิสระแบบเต็มเปี่ยม และนี่เป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ


2. เราจะกล้าพูดแสดงออก


เวลาอยู่คนเดียว ถ้าอยากมีเพื่อนคุย อยากมีคนหารค่ารถ หารค่าทัวร์เราจะต้องเป็นคนเริ่มต้นเดินเข้าหาคนอื่นก่อน การเดินทางคนเดียวทำให้เราทำลายกำแพงบางๆของความเขินอาย กลัวเสียหน้า ทำลายความกลัวที่ว่า “เอ๊ะ! ถ้าเราไปคุยกับเขาก่อนจะแปลกไหม” “ถ้าชวนเขาแล้วเขาจะคิดยังไง” “เฮ้ย! มันแปลกๆนะ”

ตอนเดินทางแรกๆฉันต้องหง่าวอยู่คนเดียวบ่อยๆ เพราะมัวแต่คิดวนไปวนมา แต่หลังๆเมื่อทนไม่ไหว ฉันก็เริ่มปรับตัว ยังคิดกังวลกลัวเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ก็กล้าๆเดินไปชวน เดินไปถาม พอทำซ้ำๆ ฝึกซ้ำๆมาเดี๋ยวนี้แล้วง่ายเลย ความคิดเหล่านั้นหายไปหมด เพราะเราเข้าใจแล้วว่ามันไม่มีอะไรเลย ถ้าเราชวนคุย ชวนกินข้าว เขาไปก็ดี ถ้าไม่ไปก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา 

เดี๋ยวนี้ถ้าหิวขึ้นมาแล้วไม่อยากกินข้าวคนเดียว ก็เดินไปในห้องรวมของโฮสเทลแล้วก็ถามเลยว่า “ฉันจะไปกินข้าว มีใครจะไปด้วยไหม”

ถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่เป็นคนไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุย ไม่กล้าออกความเห็นเลย ตั้งแต่เดินทางมาเดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเยอะ หาเพื่อนได้ง่าย และตอนนี้เวลาไปบอกใครว่าสมัยก่อนเราเป็นคนขี้อาย ก็ไม่มีใครเชื่อแล้ว  🙂


3. ได้เจอมิตรภาพใหม่ๆได้ง่าย


solo travel (1 of 1)เวลาเราเดินทางกับกลุ่มเพื่อนเราจะไม่ค่อยยอมเสียแรงไปทำความรู้จักกับคนอื่นๆ เพราะขี้เกียจและรู้สึกว่ามันไม่จำเป็น แถมคนอื่นๆก็จะไม่ค่อยเข้าหาเพราะเราอยู่กันเป็นกลุ่ม แต่เวลาเราอยู่คนเดียวโดยไม่มีแบ็คอัพ เราจะลองเปิดใจยอมเอาตัวเองไปอยู่กับคนอื่นได้ง่ายๆ เราจะพยายามที่จะหาเพื่อน เพราะคงไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวตลอดเวลา และในขณะเดียวกันคนอื่นๆที่เห็นเราเดินทางคนเดียวก็จะเข้ามาคุยกับเราได้ง่ายขึ้น เหมือนกำแพงมันบางกว่าที่จะพังเข้ามา 

ฉันเองมีเพื่อนที่วันนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทหลายๆคนจากการเดินทางคนเดียวนี่ล่ะ เพราะฉะนั้นเวลาเดินทางคนเดียวไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเพื่อน เพราะมันมีอยู่แล้ว


4. เราได้ผลักดันขอบเขตของตัวเองในทุกๆวัน


การเอาตัวเองไปอยู่กับคนกลุ่มใหม่ๆ และสังคมไม่คุ้นเคย จะช่วยให้เราผลักขอบเขตความสบายตัวออกไป กล้าลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยคิดว่าจะกล้ามาก่อน เพราะเราจะไม่ถูกลดความเชื่อมั่นด้วยคำว่า ‘อย่าเลย ไม่ดีหรอก’ ‘กูว่าอย่าทำเลย’ แต่เป็นคำว่า ‘เอาสิ ลองดู’

อย่างฉันเองที่เป็นคนกลัวความมืดและที่แคบมาก ตอนนั้นคิดอยากไปดำน้ำในถ้ำมืดๆที่ประเทศเม็กซิโกดูรูปแล้วมันสวยมาก แต่ความกลัวเรามากกว่าเพราะคนที่สนิทๆกันก็ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่ก่อนที่จะล้มเลิกความคิดที่จะไปดำน้ำในถ้ำ ก็ได้คุยกับผู้ชายคนนึงที่พักในโฮสเทลเดียวกัน เขาเพิ่งไปดำน้ำกลับมา เขาบอกว่า ‘เฮ้ย! สนุก มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะ สบายๆ’ สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจไปดำน้ำในถ้ำ ถ้าวันนั้นไม่ได้ทำคงจะเสียดายน่าดูเพราะถ้ำสวยมาก

solo travel III (1 of 1)

แต่ยังไงก็ตามเรารับพลังใหม่ๆจากคนใหม่ๆให้พอ ‘คึก’ ได้ แต่อย่าให้เกินไปถึง ‘คะนอง’ นะจ๊ะ 


5. ฝึกการตัดสินใจ


การเดินทางคนเดียวเราต้องตัดสินใจตั้งแต่จะไปไหน นอนที่ไหน อยู่นานเท่าไหร่ และที่สำคัญคือจะต้องตัดสินใจแก้ปัญหาในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเราไม่มีคนให้หันไปถามว่า “เฮ้ย! เอาไงดีวะ”  การฝึกตัดสินใจซ้ำๆทำให้เรากลายเป็นคนกล้าที่จะตัดสินใจ คิดและประมวลผลจากสถานการณ์รอบข้างได้เร็ว และที่สำคัญ คือ รู้จักยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น 

จากคนที่ไม่ชอบตัดสินใจและเป็นคนลังเล หลังจากเดินทางคนเดียว เรากลายเป็นคนเฉียบขาด ซึ่งความสามารถในการตัดสินใจนี้ ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นในทุกๆด้าน


6. เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง


เชื่อไหมว่าทุกครั้งที่กลับมาจากการเดินทางคนเดียว ขีดความมั่นใจในตัวเองจะเพิ่มขึ้นทีละนิด เพราะรู้ว่าตอนนี้เราสามารถดูแลตัวเองได้ ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเราแก้ไขมันเอง ไม่ต้องพึ่งใคร นี่คือความสำเร็จที่ได้มาจากความสามารถของเรา 

ฉันว่าความมั่นใจคือสิ่งที่จำเป็นมากในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมสมัยนี้ ในวันที่ทุกคนพร้อมที่จะตัดสินเราเพราะรูปร่างหน้าตา สีผิว การศึกษา และเปลือกภายนอกอื่นๆ ความมั่นใจในตัวเองคือสิ่งที่ช่วยให้รับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ มันเป็นเกราะป้องกันตัวเราออกจากคำพูดและความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ของคนอื่น

ความมั่นใจ คือ สิ่งที่ยึดเราไว้ไม่ให้ไหลไปตามความบ้าคลั่งของสังคม


7. เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเหงา


คำถามว่า ‘ไม่เหงาหรอ เดินทางคนเดียว?’ เป็นหนึ่งในคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด 

ฉันคิดว่าความเหงานี่ล่ะที่เป็นศัตรูตัวร้ายที่ขวางเราไว้จากการออกผจญภัยคนเดียว ความเหงานี้มีอยู่จริง ครั้งแรกที่เดินทางคนเดียวฉันถึงกับเป๋ไปเลย กินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว นั่งอยู่ในห้องคนเดียว ความเหงาเป็นสิ่งที่รับมือได้ยากมาก 

จนการเดินทางครั้งต่อๆมา ฉันก็แก้พยายามแก้ปัญหาด้วยการคิดหาวิธีต่างๆที่จะมีเพื่อนคุย เพื่อนเที่ยว ทั้งทัวร์เดินในเมือง ไปทำกิจกรรมต่างๆที่โฮสเทลจัดหรือโทรคุยกับแม่ แต่นั่นก็แค่ปลายเหตุ เพราะเวลาต้องกลับมานั่งอยู่คนเดียว เดี๋ยวเราก็กลับมาเหงาจนทนแทบไม่ได้อยู่ดี

หลังจากเดินทางคนเดียวและถูกบังคับให้ต้องอยู่กับความเหงาที่คอยมาเยี่ยมบ่อยๆ ทำให้ฉันเข้าใจธรรมชาติของความเหงา มันมาแล้วเดี๋ยวก็ไป ความเหงา คือ เรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ไม่อันตราย และไม่ได้กระทบการหายใจเข้าออกของเรา เราทนมันได้ พอคิดได้แบบนี้เวลาที่เหงาขึ้นมา ฉันก็ไม่ตกใจ ไม่เศร้า ไม่ร้อนรน เพราะรู้ว่าเดี๋ยวมันก็หาย 


8. ได้มีเวลาอยู่คนเดียวซะบ้าง 


ในชีวิตปัจจุบัน การมีเวลาอยู่กับตัวเองเป็นเรื่องยากมาก เรามีเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมต่อเรากับโลกภายนอกเต็มไปหมด เรารับข้อมูลข่าวสารมามากมาย แต่ไม่มีเวลานั่งประมวลผล เราเชื่อมต่อกับข้างนอกจนลืมเชื่อมต่อกับข้างในของเรา

การเดินทางคนเดียวหมายความว่าเราจะมีเวลาเยอะมากที่จะต้องอยู่คนเดียว ยิ่งไปในที่ๆสู้ราคาโรมมิ่งไม่ไหว ยิ่งได้อยู่คนเดียวมากไปอีก ซึ่งนี่คือข้อดี เพราะการอยู่คนเดียวทำให้เราได้มีโอกาสทบทวนชีวิตที่ผ่านๆมา ทั้งที่เคยได้เห็น ได้ยิน ได้อ่าน เราได้มีเวลานั่งอยู่กับความคิด และมีบทสนทนากับตัวเอง ซึ่งสิ่งนี้คือกลไกการทำความรู้จักกับตัวเองที่ดีที่สุด 

การรู้จักกับตัวเองจะนำไปสู่การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรืออาจจะไม่เปลี่ยนแปลงแต่เพิ่มความมั่นคงในความเป็นตัวเรา ซึ่งก็จะช่วยให้เราได้เห็นเส้นทางเดินในชีวิตชัดเจนขึ้น


แล้วผู้อ่านละคะ เคยออกเดินทางคนเดียวรึยัง? เป็นยังไงกันบ้าง?

Related Posts:

9 comments on “เหตุผล 8 ข้อที่เราควรจะออกเดินทางคนเดียวสักครั้งในชีวิต

  1. ชอบมากครับ…น้องเป็น Idol ของพี่ในส่วนของการเดินทางคนเดียวเลยนะครับ พี่ก็เริ่มหัดเดินทางคนเดียวบ้างแล้ว รู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูกครับ…แล้วพี่จะคอยติดตามผลงานของน้องไปเรื่อย ๆ นะครับ ขอให้มีความสุขแบบนี้ในทุก ๆ วันและเดินทางปลอดภัยในทุก ๆ ทริปนะครับ ^^

  2. เรายังไม่เคยเดินทางขนาดที่ต้องเผชิญกับสิ่งรอบตัวขนาดมิ้นท์นะ ต่างประเทศที่เคยไปก็ที่ลาว แต่ไปกับกลุ่มผู้ใหญ่ที่เค้าไปซื้อผ้ากัน
    ไปไหนคนเดียวเหงาจริงๆแหละ แต่เราก็ถนัดที่จะไปไหนคนเดียวมากกว่าจริงๆนะ เหมือนที่มิ้นท์ว่านะ มันอิสระกว่า จะเปลี่ยนแผน จะทำอะไร มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา แต่เราก็มีเวลาที่ใช้ร่วมกับคนอื่นๆด้วยน้าา
    เป็นไปได้ เราคงชอบการเดินทางแบบสองคนนะ แต่ต้องมีแนวคิดคล้ายๆกัน .. อย่างน้อย ก็ยังพอมีคนช่วยถ่ายรูปให้ไงจ้ะ ^^ ถ้ามีคนที่พร้อมเดินทางไปไหนไปกัน ความคิดคล้ายกัน ลุยๆหน่อย แหม.. ใครจะไม่อยากแบกเป้เนอะ ไปกันเล้ยย ~~ ^^

  3. อ่านโพสต์แล้วชอบมากเป็นแรงบันดาลใจให้อยากแบกเป้ไปเที่ยวคนเดียว หลายๆประโยคเป็นคำคมที่น่าจดจำ นำมาเป็นทัศนคติในการใช้ชีวิต ขอให้เดินทางปลอดภัย และจะติดตามคุณมินต์ไปเรื่อยๆครับ.

  4. ขอบคุณมากนะค่ะ หนูเพิ่งเรียนจบยังหาข้อมูลอยู่และอยากแบกแพ๊คเที่ยวคนเดียว ทดลองความกล้สตัวเองสักครั้ง ไม่รู้จะทำได้มั้ยแต่ตั้งใจทำวางความตั้งใจตัวเองก่อนเรียนจบแล้ว คิดว่าต้องทำให้ได้ค่ะ ขอบคุณบทความเรื่องราวดีๆนะค่ะ

  5. ลุงเดินทางคนเดียวไป
    เกือบรอบโลก ทำธุรกิจจากไทย
    มาตลอด สามสิบปีก่อน

    ลึกสุดกลางป่าแอฟริกาที่มีตลาดงาช้าง

    อเมริกาเหนือจรดใต้

    ดีใจที่ได้ยินเรื่องราวจากหญิงแกร่งอย่างหนูและคุณแม่
    ที่อยากให้ลูกสมหวัง ในสิ่งฝัน

    แต่คนก็คือคน อย่าประมาทนะ
    เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่าน

  6. เยี่ยมเลยค่ะ เป็นคนชอบเดินทางคนเดียว แต่ยังไม่เคยเดินทางคนเดียวออกนอกประเทศ ภาระมหาศาล ได้แต่เก็บตังค์เอาไว้ค่ะ เดินทางคนเดียวทำให้เราเกิดพลังมากๆเลย ตอนนี้ดูแพลนจะไปมองโกเลียคนเดียวอยู่ค่ะ รอหลานๆโตอีกนิด ตอนนี้ต้องช่วยกันดูแลพวกเค้าค่ะ ^^

  7. “ยากเหลือเกินที่คนเราจะหนีความเหงา…มันร้ายยิ่งกว่าเงาหรือเจ้าหนี้” รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งสวนทูนอินกล่าเวอาไว้แบบนั้น

    กระนั้นความเหงา มันทำให้เราได้คุยกับตัวเราเอง คุยภายในหัวใจ ทบทวนความคิดเรื่องราวต่างๆ มันเป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ตัวเราเองที่ดีมาก ยิ่งปิดทุกอย่างเกี่ยวกับสังคมออนไลน์ มีความเหงา ตัวคนเดียว อยู่ที่ไหนซักแห่ง นั่นมัน้ยี่ยมที่สุดแล้วซาร่า เอ้ย มิ้นท์ ซิ แหมมมมมมมม

Leave a Comment

*