7 วิธีเที่ยวคนเดียวไม่มีเหงา

 

เวลาฉันบอกเพื่อนๆว่าฉันจะไปเที่ยวคนเดียว คำถามที่ทุกคนมักจะถาม คือ

“ไม่เหงาหรอแก?”

นอกจากความกลัวอันตรายแล้ว ฉันว่าคงเป็นความเหงานี่ล่ะ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้นักเดินทางส่วนใหญ่ปฎิเสธที่จะเที่ยวคนเดียว

สำหรับฉัน ที่มาของความเหงาส่วนใหญ่ก็คงเป็นเพราะไม่มีใครที่จะให้แบ่งปันความสุขหรือความทุกข์ที่ฉันพบเจอระหว่างการเดินทาง

บางครั้งเวลาที่ฉันเห็นอะไรที่สวยๆมากๆ หรือได้ทำอะไรที่สนุกสุดเหวี่ยง ฉันก็อยากจะหันไปหาใครสักคนแล้วบอกเค้าว่า

“เฮ้ย! สวยว่ะแก”

หรือเวลาฉันเดินตกบันได หัวทิ่มหัวตำ ฉันก็อยากจะมีคนที่ยืนขำฉันตัวโยนอยู่บนบันได

แต่สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเที่ยวคนเดียวของฉัน คือ การกินข้าวคนเดียว นึกภาพว่าต้องเดินเข้าไปในร้านอาหารเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยแล้วเราอยู่คนเดียว… เอ่อ! แล้วจะเอามือไปไว้ไหนดี

ด้วยความที่ฉันเป็นคนขี้เหงา แต่ก็ยังชอบเดินทางคนเดียว(เอ้า!) ฉันเลยพยายามลองหาวิธีนู้นวิธีนี้หลายอย่าง ว่าจะทำยังไงฉันถึงจะเที่ยวคนเดียวได้โดยไม่ต้องมานั่งเหงานั่งโทรหาแม่ทุกวัน 7 ข้อนี้คือสิ่งที่ฉันลองแล้วมันได้ผล ลองดูนะคะ

1. เลือกที่พักที่เหมาะกับการเข้าสังคม

เวลาที่เดินทางคนเดียวฉันจะพักที่โฮสเทลหรือเกสต์เฮ้าส์เล็กๆ เพราะบรรยากาศที่พักที่ต้องใช้ครัวร่วมกัน แบ่งห้องน้ำกันใช้ และส่วนใหญ่จะต้องนอนรวมกัน ทำให้เรามีโอกาสที่จะทำความรู้จักกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆได้่ง่ายขึ้น

 

2. หา Walking Tour หรือ Day trips

เวลาที่เราไป Walking Tour นอกจากเราจะได้เห็นภาพโดยรวมของเมืองที่เรามาเที่ยว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยและสอบถามข้อมูลกับไกด์ที่เป็นคนท้องถื่นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นที่กิน ที่เที่ยว ที่ซื้อของ หรือคอนเสิร์ต ยิ่งไปกว่านั้นเรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา ถือเป็นวิธีง่ายๆในการหาเพื่อนอีกวิธีหนึ่ง

ตอนฉันไปบูดาเปส(ประเทศฮังการี) ฉันก็ได้เพื่อนสาวชาวสวีเดนจาก Walking Tour ส่วนที่เมืองดูบรอฟนิก(ประเทศโครเอเชีย) ฉันก็ได้หนุ่มสาวชาวแอฟริกาใต้เป็นเพื่อนกินอาหารเย็นจากการไป Day Trip สบาย!

 

3. รู้จักการเริ่มบทสนทนากับคนแปลกหน้า

ฉันเป็นคนช่างคุยมาก ชอบคุย แต่ปัญหาคือฉันไม่ค่อยกล้าเริ่มต้นบทสนทนาก่อน ไม่รู้จะคุยอะไร เขินอ่ะ! แต่พอมาเริ่มเที่ยวคนเดียว สถานการณ์มันบังคับ ด้วยความที่ไม่อยากนั่งน้ำลายบูดอยู่มุมห้อง ฉันเลยต้องฝึก ฝึก และฝึก

อันดับแรก ต้องเลือกคนก่อน พยายามเลือกคนที่หน้าตาและท่าทางดูปกติ ไม่มีพิษไม่มีภัย หน้าตาในที่นี้ไม่ใช่ความสวยความหล่อนะคะ (จริงอ่ะ?)

อันดับสอง ให้เริ่มบทสนทนาง่ายๆ เช่น How was you day? What did you do today? What’s your plan today? Your food looks nice, what is it? เป็นอะไรก็ได้ ดินฟ้าอากาศ อาหาร ถามทางได้หมด

เคล็ดลับสำคัญ คือ อย่ากลัวหน้าแตก อย่าไปคิดว่าถ้าเขาบอกปัดเราหรือไม่ยอมคุยกับเราจะทำให้เราเสียหน้า ไม่มีใครรู้จักเราเสียหน่อย จริงไหม

* อย่าเพึ่งชวนไปกินข้าว หรือทำกิจกรรมอะไรร่วมกัน ให้ลองคุยก่อนเล็กน้อย เพราะถ้าเกิดเขาหรือเธอเป็นคนแปลกๆขึ้นมา เราจะได้ไม่ต้องทนนั่งกับเขาตลอดเวลาอาหารเย็น

 

4. พกหนังสือไปกินข้าว

คนที่เดินทางคนเดียวส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงการกินข้าวที่ร้านอาหารคนเดียว เพราะการเดินดุ่มๆเข้าไปในร้านอาหารที่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รักที่พูดจากระหนุงกระหนิงกันในขณะที่เราอยู่คนเดียวมันเคว้งๆแปลกๆ

แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้มาขัดขวางการชิมอาหารอร่อยๆจริงมั้ย ดังนั้นฉันขอเสนอวิธีแก้ง่ายๆ คือ ให้พกหนังสือติดตัวไปด้วย อ่านไปกินไป ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องไปสบตากับใคร หรือเอามือไปวางไว้ที่ไหน นอกจากนั้นให้พยายามเลือกโต๊ะที่บาร์เพราะจะได้ไม่รู้สึกว่ามีเก้าอี้ว่างอยู่ตรงข้าม หรือไม่ก็นั่งโต๊ะด้านนอกร้าน มองคนไปเพลินๆ

เคยครั้งหนึ่งที่ ljubljana (ประเทศสโลเวเนีย) ฉันไปกินอาหารที่ร้านดังประจำเมือง ฉันไม่ลืมที่จะเอาหนังสือไปด้วย กินไปอ่านหนังสือไปนี่ล่ะ กินเพลินเลย แต่ฉันดันลืมอะไรรู้มั้ย เงินสด! บัตรก็มีปัญหา รูดไม่ได้! เกือบได้ล้างจาน… เพราะฉะนั้นนอกจากหนังสือแล้วให้พกเงินสดไปด้วยนะคะ (เกี่ยวไหมเนี่ย!!)

 

5. ถ้ามีเวลาเยอะ ให้ลองหาอะไรเรียนดู

ถ้าการไปเที่ยวคนเดียวฟังดูน่ากลัว โดดเดี่ยว และเคว้งคว้างจนเกินไป เราก็อาจเริ่มต้นด้วยการหาที่เรียนภาษา เรียนทำอาหาร เรียนโดดร่ม หรือเรียนดำน้ำอะไรก็ได้ สั้นๆยาวๆตามเวลาที่เรามี

ตอนฉันตัดสินใจที่จะเที่ยวคนเดียวครั้งแรกที่ Azores ประเทศโปรตุเกส ฉันก็จัดแจงไปลงเรียนดำน้ำไว้ มันเหมือนเรามีสิ่งยึดเหนี่ยว มีตารางเวลาแน่นอน โรงเรียนที่ฉันสมัครไว้เป็นโรงเรียนเล็กๆ ดำเนินกิจการโดยนักดำน้ำสามีภรรยาชาวฝรั่งเศส ทุกวันฉันก็กินข้าวกลางวันกับพวกเขา พอตอนเย็นหลังดำน้ำเสร็จ ก็ไปนั่งหาอะไรกินอะไรดื่มกัน คุยกันจนถึงดึกดื่น พอฉันเริ่มคุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวบ้างแล้ว ฉันก็ไปเที่ยวต่อ

สรุปว่าได้ดำน้ำ ได้เพื่อน และได้เที่ยว!

 

6. เซย์ ‘เยส’

อืม… อาจจะต้องดูสถานการณ์และความปลอดภัยด้วย

ฉันเสนอว่าอย่าวางแผนให้มันแน่นและเป๊ะจนเกินไป ควรเหลือที่ให้โชคชะตานำทางไปบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโชคชะตาที่มาในรูปของ ‘คำเชิญ’ เช่น

ตอนนั้นฉันบินไปที่เกาะ Terceira เกาะหนึ่งใน Azores ฉันไม่ได้จองอะไรไว้ล่วงหน้า กะว่าไปถึงจะจ้างแท็กซี่พาเที่ยว แต่วันนั้นดันเป็นวันอาทิตย์ ไม่มีคนทำงาน คุณลุงเจ้าของบริษัทเช่ารถที่สนามบินเสนอว่าเขาจะพาฉันเที่ยวเอง…

“Yes. Ok!”

ง่ายๆแบบนั้น

วันนั้นทั้งวันสนุกมาก คุณลุงขับรถพาฉันเที่ยวไปทั่ว พร้อมๆกับเล่าเรื่องเกี่ยวชีวิตเขาและชีวิตชาวบ้านบนเกาะให้ฟัง พอตกบ่ายเขาก็พาไปดูการวิ่งวัวแบบชาวบ้านๆด้วย

เย็นวันนั้นตอนพวกเราบอกลากันที่สนามบิน ฉันพยายามจะให้เงินเขา แต่เขาไม่รับ เขาว่าวันนี้เขาก็สนุกมากเหมือนกัน เหมือนพาเพื่อนเที่ยวบ้านตัวเอง

ฉันนั่งนึกว่า ถ้าฉันไม่ได้ตอบตกลง…  คงต้องนั่งแกร่วเหงาๆอยู่ที่สนามบินทั้งวัน

 

7. พกพารอยยิ้มไว้

ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือทำอะไร ขอให้เรายิ้มเข้าไว้ ยิ้มให้ทุกคน รอยยิ้มเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการหาเพื่อนคุย นอกจากนั้นคนก็มักจะเอ็นดูและให้ความช่วยเหลือ ฉันได้ขนม ได้ความช่วยเหลือ ได้น้ำใจ และได้เพื่อนจากรอยยิ้มนี่ล่ะ

ยิ้มไว้ โลกจะแตกก็ยิ้มไว้ ทำไมต้องไปกังวล…

 

ทีนี้ยังกลัวเหงาตอนเที่ยวคนเดียวอีกไหมคะ?

 

Related Posts:

20 comments on “7 วิธีเที่ยวคนเดียวไม่มีเหงา

  1. เพิ่งดูหนังเรื่อง “กวน มึน โฮ” เมื่อสัปดาห์นี้เอง(ไม่ทราบว่าคุณมิ้นท์เคยดูหรือเปล่า) การเที่ยวคนเดียวของคุณมิ้นท์ ไม่มีเรื่องราวโรแมนติกแบบนัันบ้างหรือ คิดว่าน่าจะมีนะ หน้าตาก็จัดว่าเป็นคนสวยทีเดียว

  2. เกดก็เป็นคนๆนึงที่เดินทางคนเดียวเที่ยวคนเดียวเเบ้กเเพ้กคนเดียวเเทบจะ100เปอร์เซ้น รวมถึงที่พักเเละการเดินทางยังเป็นไปในทางเดียวกะมิ้นเนี่ยเเหละ (อายุเราก็น่าจะเท่าๆกันด้วย) หวังว่าซักวันนึง เราคงจะเดินทางมาเจอกันไม่ว่าที่ใดที่หนึ่งบนโลกนี้นะคะจะได้เเชร์ประสบการณ์กันว่าเราไปทำอะไรมาเเล้วมิ้นไปทำอะไรมา มันคงเเปลกดีเนอะ

  3. สวัสดีครับ พึีงเข้ามาใหม่ได้ไม่กี่วัน จากคำแนะนำของเพื่อนเราคนหนึ่ง เราก็เลยอยาก
    เราคนนึงที่มีความคิดที่จะเดินทางรอบโลกในซักวันนึงในอนาคต
    เราได้รับแรงบรรดารใจมาจากการเดินทางคนเดียวเพื่อไปเรียนต่อครั้งหนึ่งที่แคนาดา(เมืองค่อนข้างห่างไกล)
    เมืองถึงไฟล์ทเกือบสุดท้ายของทริป เราได้เจอคนคนนึราสงสัยมากว่ารัฐนี้มีอะไร ที่เป็นจุดดึงดูดให้ชายเอเชียวัยงเป็นชายชาวญี่ปุ่น อายุที่คือประมาณ 70++
    เค้าบอกว่า เค้าเดินทางมาแล้ว 50 ปี กับเกือบ 200 ประเทศ หลายๆประเทศเค้าไปมาแล้วมากกว่า 2 ครั้ง
    ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่เค้าไปแคนาดา และเป็นครั้งแรกที่จะไป newfoundland (เป็นรัฐที่เราอยู่) เหลังเกษียร ให้มาพื้นที่ห่างไกล และไม่เป็นที่รู้จักเช่นนี้
    เค้าบอกว่า newfoundland เป็นเมืองธรรมชาติ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่ยังมีสิ่งลี้ลับมากมาย รวมถึงธรรมชาติที่ยากจะสัมผัส เราได้พูดคุยกันไปเรื่อยตลอดการเดินทาง 2 ชั่วโมง สรุปแล้วเราก็ได้ลองไปชมวิวบริเวณที่คุณตาท่านชี้เป้าไว้ แต่เป็นมุมมองวิวสูง เป็นวิวที่สวยงามมากจนอยากที่จะเข้าไปสัมผัสใกล้ๆ
    วันนึงเราได้ลองเที่ยวคนเดียวตามแบบฉบับของคุณตา โดยเป้าหมายจริงๆแล้วคือการไปสอบที่เราไม่ได้วางแผนเอาไว้ บังเอิญว่าสถานที่สอบอีกหนึ่งปิดทำการ 1 เดือน เราก็เลยถือโอกาสเที่ยวซะด้วยเลย จาก gander newfoundland ที่เราอยู่ ไปยังเมืองที่ใหญ่กว่า เรียกว่า Halifax รัฐ Nova Scotia 4 คืนที่ฮาลิแฟกซ์
    ก็ลองจองที่พักแบบ hostel ไว้ 3 คืน (ไม่เคยมาก่อน แต่อยากลอง ครั้งแรกในชีวิตบวกกับไม่อยากสร้างภาระเพิ่มให้ที่บ้าน) อารมณ์แบบว่า 3 วันที่เหลือนี้ เหนื่อยแน่ !!! พอสอบเสร็จ ผลคะแนนออกมาเลย ผลคือสอบตก ! ที่แย่กว่านั้นคือ ตก 1 ข้อ เป็นข้อที่ 2 จิต 2 ใจด้วย ก็เลยคิดซะว่ามาเปิดหูเปิดตา เจออะไรที่ไม่เคยเจอ อยากเที่ยวทุกที่ที่เป็นไปได้ ก็ได้ไปตามที่ใจคิด ก็ได้สัมผัสในบรรยากาศที่ไปคนเดียวดีกว่ามีเพื่อนไปด้วย เหมือนกับว่าเราได้หลุดออกมาจากโลกที่เราอยู่ ได้เรียนรู้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ได้พบเจอคนแปลกๆใหม่ๆ ได้ตกเครื่องบินครั้งแรกในชีวิต ได้ในสิ่งที่ห้องเรียนหาให้ไม่ได้ ได้รู้ว่าใจของตัวเราเองต้องการอะไร เราเหนื่อย ใช่ยอมรับ แต่สิ่งที่ได้มาคือความสุข การเดินทางเป็นเหมือนกับหนังสือ ที่ไม่มีวันที่จะอ่านได้จบ ไม่มีวันเหมือนเดิม เพียงแค่เราเปิดตัวเอง เพื่อสนุกไปกับมัน เรียนรู้มัน
    แรงบรรดารใจอีกอย่างนึง เราพึ่งได้เห็นข่าวว่านักบินชาวมาเลเซีย วัย 21 ปี เดินทางรอบโลกได้สำเร็จ โดยใช้เครื่องบินใบพัด เครื่องยนต์เดียว แต่เราหละ อายุ 22 แล้วนะ เรียนมาก็เหมือนเค้า อายุก็เยอะกว่าเค้า ทำไมเราจะทำบ้างไม่ได้ มันก็ยิ่งอยากจะทำตามความฝันมากขึ้น อยากบินมากขึ้น เที่ยวรอบโลกโดยที่ตัวเองเป็นนักบิน มันคงจะมีความสุขไม่น้อย ทีนี้หละ อยากไปไหนก็ได้ไป อยากเที่ยวไหนก็ไป ^^
    แต่แน่หละ จะทำอะไรก็ต้องมีทุนทรัพย์ แต่ใช่ว่าจะหมดหวัง คุณตาชาวญี่ปุ่นครับ ผมจะต้องทำให้ได้แบบคุณตา น้องนักบินชาวมาเลเซียครับ พี่จะต้องทำให้ได้แบบน้อง สักวันหนึ่ง

  4. เป็นแรงบันดาลใจที่ดีมาก เคยบังเอิญต้องไปเที่ยวคนเดียวที่อเมริกา เพราะไม่มีเพื่อนว่างไป ก็สนุกดี เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แต่ถ้าให้เลือกไปคนเดียว มีเพื่อนไปก็ดีกว่า (ถ้าเป็นเพื่อนที่บ้ากล้องเหมือนกันจะดีมากๆ) อย่างน้อยก็มีรูปถ่ายตัวเองติดกลับบ้านมาบ้าง 5555

    แต่ผู้หญิงคนเดียวเที่ยวก็ต้องระวังอันตรายบ้างนะครับ ผมเคยไปอเมริกา บางเมืองผมว่ามันยังน่ากลัวเลย คงต้องเลือกเมือง เลือกประเทศดีๆ ด้วย

    ปล. รูปที่ถ่ายในเว็บสวยดี

    ปล. (2) เจ้าของ blog เคยไปญี่ปุ่นเหรอป่าวครับ พอดีเพิ่งไปมา รู้สึกประทับใจมาก เป็นประเทศที่น่าไปเที่ยวมาก ผู้หญิงไปคนเดียวผมว่าก็ปลอดภัย สะดวกสบายดี

  5. ค่อนข้างท้อและหมดไฟกับชีวิต ขอบคุณนะครับ เว็บนี้และการท่องเที่ยวของคุณสร้างแรงบันดาลใจให้ผมได้มาก
    กล้าเที่ยวถึงขนาดที่ผู้ชายยังอายเลยครับ จะคอยติดตาม log การท่องเที่ยวนะครับ

  6. สวัสดีครับ คุณมิ้นต์
    บังเอิญเข้ามาเจอ และรู้สึกชื่นชม เลยขอเม้นต์ซักหน่อย ปกติจะอ่านเฉยๆ 555
    ผมกำลังจะเที่ยว เคปทาวน์ ช่วงคริสมาสต์และปีใหม่นี้ เป็นการเที่ยวคนเดียวเป็นครั้งแรก
    กำลังหาข้อมูลว่า จะเช่ารถขับดีหรือไป day tour ดี เห็นคุณเที่ยวคนเดียวแล้ว ยกนิ้วให้เลย
    ไว้จะเข้ามาเยี่ยมใหม่นะครับ
    ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันประสบการณ์อันมีค่าในชีวิต และขอบคุณในคนที่คุณเป็น
    โชคดีนะครับ

    TinTin

  7. บอกตรงๆ ถ้ามีเงินนะ ให้ไปคนเดียวไงก็ไปได้ ไม่ใช่ปัญหา ที่ไปกับเพื่อนเพราะจำเป็นต้องหาคนหาร ยิ่งหารเยอะยิ่งประหยัด ถึงจะดูเท่ที่ว่าเป็นเมืองนอก แต่ค่าใช้จ่ายบานแน่ๆ ครับ แค่เที่ยวในประเทศยังกระอักเลือดเลย

  8. สวัสดีค่ะคุณมิ้นต์
    ได้อ่านบทความของคุณมิ้นท์แล้วรู้สึกมีกำลังใจในการวางแผนเที่ยวมากขึ้นค่ะ ฮ่าๆๆ พอดีว่าได้มีโอกาสเที่ยวยุโรปคนเดียวแบบงงๆ เพราะอาจารย์ส่งไปสัมมนาที่สเปน เลยวางแผนอยากเที่ยวต่อ ยอมรับว่ากลัวและกังวลมาก ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นหาข้อมูลและวางแผน แต่คงต้องรีบแล้วล่ะ เพราะไปมิถุนานี้แล้ว ถ้าไม่รบกวนเกินไป อยากได้คำแนะนำจากคุณมินต์เหมือนกันนะคะ ;))

  9. สวัสดีครับ

    หลังจากอ่านข้อมูลหลายๆอย่างที่คุณมิ้นท์เขียนไว้ในนี้
    ผมประทับใจในแนวคิดและโลกใหม่ๆที่คุณมิ้นท์ นำมาแชร์ให้ทุกคนรับรู้มากๆเลยครับ
    เป็นกำลังใจและเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่จะทำให้คนหลายคนและตัวผม
    เริ่มต้นออกไปค้นหาอะไรหลายๆอย่างบนโลกกลมๆใบนี้

    ปล. ภาพต่างๆสวยดีครับ ข้อมูลหลายๆอย่างเป็นประโยชน์มากเลย

    ขอให้ก้าวต่อไปและเก็บ The Bucket list ให้ครบทุกข้อไวๆครับ

    🙂

  10. สวัสดีคะคุณมิ้นท์ พี่ติดตามการท่องเที่ยวของคุณตลอดเลยค่ะ และชื่นชมมากที่คุณเดินทางได้ไกลมากและไม่กลัวอะไรเลย ชอบการท่องเที่ยวของคุณและพยามดำเนินชีวิตของพี่และสามีเหมือนใจที่อยากไปให้มากที่สุด ทุกครั้งที่ออกทริปรู้สึกมีความสุขมากๆที่ได้เจออะไรสวยๆในโลกนี้ค่ะ ขอบคุณมากคะที่แรงบันดาลใจให้ท่องโลกคะ

    • ขอบคุณมากนะคะ ขอให้ทุกการเดินทางปลอดภัย และได้ประสบการณ์สนุกๆกลับบ้านเยอะๆค่ะ

  11. พี่กำลังตามหาบล็อกเกอร์เขียนเรื่องท่องเที่ยว ตามมาหลายๆที่จนเจอน้องมินท์ ขอชมว่าเขียนสนุกและมีมุมมองดีๆ น่ารักมากๆค่ะ ขอตามติดต่อเลยนะคะ

    ปล.อยากให้ลูกสาวโตมาร่าเริงสดใส และ เก่งแบบน้องมินท์มากๆเลยจ้า

Leave a Comment

*