Plitvice Lakes National Park และ ซาเกรบเบาๆ (7)

ตอน โครเอเชียไม่ใช่เนื้อคู่

ชีวิตต้องสู้

ตื่นมาตั้งแต่เจ็ดโมง ปวดท้องรายเดือนตามแบบผู้หญิง วันนี้เป็นวันเดินทางด้วย สงสัยจะตายคารถทัวร์

ตามตารางเวลา เขาว่าใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที!

ฉันนั่งตัวพับตัวอ่อน หลับๆตื่นๆไปตลอดทาง รถทัวร์จอดให้ลงไปเข้าห้องน้ำบ่อยมาก คนขับรถก็ดูสบ้ายสบาย ลงรถปุ๊บ ยืนกินกาแฟเม้าท์กัน

การเดินทางแบบหวานเย็น ประมาณว่าจะถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่ง ที่ว่า 6 ชั่วโมง 30 นาทีนี่ ถือว่าเป็นเรื่องในฝัน เพราะความเป็นจริงนั้นห่างไกลความฝันไปเกินชั่วโมง

เฮ้อ!

เมื่อรถทัวร์จอดที่สถานีปลายทางที่ซาเกร็บ  ฉันเดินกะปลกกะเปลี้ยออกไปขึ้นรถรางหน้าสถานีรถทัวร์ จุดหมายของฉันอยู่ที่โฮสเทลชื่อ นางหมีโฮโบ (Hobo Bear Hostel)

มองฟ้าผ่านกระจกรถราง ท้องฟ้ามืดครึ้ม โครเอเชียกับฉันชะรอยจะไม่ใช่เนื้อคู่ อากาศไม่เคยเป็นใจ พอไปถึงโฮสเทล ฉันก็เก็บของเข้าตู้อะไรเรียบร้อย แล้วพาร่างลงมาข้างล่างเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ Plitvice Lakes National Park

อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมด ดังนั้นความคาดหวังของฉันจึงสูงทะลุเพดาน

เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า ตอนนี้โทรหาแม่ดีกว่า

ฉัน: ถึงซาเกร็บละนะม้า ปวดท้องรายเดือนอ่ะ เหนื่อย พัง!

แม่: ซาเกร็บนี่มันอยู่ไหน แล้วกินยารึยัง

ฉัน: กินละค่ะ ซาเกร็บก็อยู่โครเอเชียไงม้า อากาศแย่อีกละ มิ้นกับโครเอเชียดวงคงไม่ต้องกัน แอบเบื่อ โอ้ย!!

แม่: เดี๋ยวก็กลับแล้ว ทนๆหน่อยละกัน อยากเที่ยวต้องทำใจ

ฉัน: เดี๋ยวมิ้นว่าจะลากร่างไปเดินในเมืองหน่อย เป็นกำลังใจให้ลูกด้วยนะ

เอาจริงๆนะ ฉันอยากจะนอนแผ่หราไม่ทำอะไรเลย อยากจะพัก ปวดท้อง แต่ชีวิตต้องสู้ ไหนๆก็มาถึงซาเกร็บแล้ว จะไม่ไปไหนเลยก็คงไม่ได้

แผนที่พร้อม ใจพร้อม ร่างไม่พร้อม

สู้ว้อย(มั้ง)!!!

 

Museum of Broken Relationship…

ฉันเดินสะเปะสะปะตามแผนที่ไปเรื่อยๆก็เจอเข้ากับกระเช้า(Funicular)ทางขึ้นไปยังย่านเมืองเก่า หรือ Upper Town กระเช้าที่ว่าเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง เปิดมาตั้งแต่ 1890 ร้อยกว่าปีแล้ว ไม่รอช้าฉันก็กระโดดขึ้นเลย ใช้เวลาเพียง 55 วินาทีก็มาถึงข้างบนแล้ว ไม่ใช่ว่ามันเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงนะ แต่เป็นเพราะว่าระยะทางมันสั้นมาก ในหนังสือบอกว่ามันสั้นที่สุดในโลก

ไม่แปลกใจ!

พอขึ้นไปถึงก็จะเจอ  Lotršćak Tower จากบริเวณนี้จะสามารถชมกรุงซาเกร็บจากมุมสูงได้

ซาเกร็บสำหรับฉันวันนี้ช่างหม่นหมอง ฟ้ามืดครึ้ม เมฆดำสนิท เมืองดูเงียบๆ ฝนที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ชั่วโมงก่อนตอนฉันมาถึงเริ่มโปรยปรายลงมา ร่มหลากสีหลายขนาดถูกกางออก สีสันของร่มทั้งฟ้า ทั้งแดง ทั้งเขียว ช่างตัดกับสีหม่นๆของบรรยากาศโดยรอบเสียจริง

ฉันที่ไม่มีร่มเริ่มต้องสอดส่ายสายตาหาที่หลบฝน มองไปมองมาสายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับป้ายที่เขียนว่า Museum of Broken Relationship

ชื่อเท่ห์สุดๆ! เอาตึกนี้ล่ะ!

คิดได้ปุ๊บ ฉันก็รีบสับขาตรงไปที่ประตูทางเข้า เมื่อเข้าไปแล้ว ทางซ้ายจะเป็นร้านกาแฟ  ส่วนทางขวาจะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์

‘พิพิธภันฑ์ของความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว!’ หรือ Museum of Broken Relationship  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมเอาข้าวของต่างๆจากทั่วโลกที่เป็นตัวแทนของความรักที่ไม่สมหวังเอาไว้ แทนที่ว่าเราจะเอาของแทนความทรงจำไปฉีกทิ้งหรือเผาไฟ ร้องไห้เคล้าควัน เราก็นำเอามาบริจาคไว้ที่นี่ คล้ายๆกับสุสานแห่งความรัก…

สิ่งของที่นำมาแสดงมีตั้งแต่จดหมายรัก ตุ๊กตาหมี ลิง เป็ด กบ เขียด สิ่งของอีโรติก ชุดแต่งงาน กางเกงใน กล่องเพลง หนังสือ และอีกมากมาย ของแต่ละอย่างจะมาพร้อมกับเรื่องราวและที่มาที่ไป ของที่ชวนหวาดเสียวที่สุด คือ ด้ามขวาน!

MOBR AXE

ฉันรีบรี่เข้าไปอ่าน! ฆาตกรรมรึเปล่า? ขวานเนี่ยนะ? เฮ้ย!!

อ่านไปอ่านมาได้ความว่าขวานด้ามนี้ี่เจ้าของใช้จามข้าวของของคนรักที่หนีไปมีชู้

แล้วไป…

ของที่ระลึกที่ขายที่นี่ก็มีเอกลักษณ์สุดๆ มีทั้งยางลบที่เขียนว่า ‘Bad Memories eraser’ และโปสการ์ดที่มากับข้อความเจ็บ

MOBR PC

MOBR PC2

ซื้อของเสร็จฝนก็ยังไม่หยุดตก ฉันจำต้องไปสิงอยู่ในร้านกาแฟของพิพิธภัณฑ์ นั่งจิบกาแฟ กินขนม อ่านหนังสืออะไรไปเรื่อยเปื่อย บรรยากาศอุ่นสบายตรงกันข้ามกับลมฝนที่พัดวีดหวิวอยู่ด้านนอก

เพลิน…

ฉันนั่งอยู่จนเย็นกว่าที่ฝนจะเริ่มซา ด้วยความที่ร่างกายไม่พร้อม อากาศก็ไม่ดี ฉันเลยขอจบวันเพียงเท่านี้

เย็นวันนี้ฉันนั่งหงอยแทะแครอทที่ซื้อมาจากร้านขายของชำอยู่คนเดียวในโฮสเทล ไม่มีคนเลย ฝนก็ตกพรำๆตลอดเวลา

เฉา เหงา หงอย…

ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับโครเอเชียช่างลุ่มๆดอนๆ ดูท่าว่าคงจะไม่รอดและคงจะต้องจบลงในไม่ช้านี้ล่ะ ฉันอยากจะบอกกับนางว่า

‘You are perfect, it’s just bad timing…’

 

Plitvice Lakes National Park สวรรค์บนดิน

วันนี้รีบตื่นมาแต่ไก่โห่ ตื่นเต้นๆ เตรียมกระเป๋าเป้เรียบร้อย น้ำพร้อม แซนวิชพร้อม กล้องพร้อม แบตเต็ม  แอบเอาร่มไปด้วย พอเดินออกมาปุ๊บ เอามือทาบอกทันที

คุณพระ! ฟ้ามืดมาก…

ไม่มีที่ให้ถอยแล้ว วันนี้เปียกเป็นเปียก ร่มก็มีแล้ว อย่าไปกลัว

ลุย!

ฉันนั่งรถบัสไปประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ตลอดทางมีเม็ดฝนตกลงมาปรอยๆชวนให้กังวล แต่ปาฏิหาริย์ก็มีจริงเพราะเมื่อไปถึง Plitvice ฟ้ากลับเปิด มีเพียงเมฆบางๆ ลมพัดเบาๆ

เฮ้อ… รอดตัว

ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาตินี้นิดนึง Plitvice Lakes National Park คือ อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชีย โดยครอบคลุมพื้นที่ถึง 296.85 ตารางกิโลเมตร ที่นี่เปรียบเหมือนกับหอศิลป์ที่รวบรวมเอาผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติมาไว้ ทั้งน้ำตกใหญ่เล็ก ผืนป่า สัตว์นานาชนิด และทะเลสาบถึง 16 แห่ง จุดเด่นของทะเลสาบทั้ง 16 แห่ง คือ สีของน้ำ ที่มีตั้งแต่สีเขียวมรกต ไล่ไปจนถึงสีฟ้าใสแบบท้องฟ้า น้ำที่นี่ใสเหมือนกระจก ฉันไม่แปลกใจที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1979

อย่างแรกที่ควรจะต้องตัดสินใจก่อนเริ่มเดิน คือ เลือกเส้นทางเดินที่เหมาะสมกับตัวเอง

Plitvice Map

เส้นทางเดินที่นี่มีให้เลือกถึง 8 แบบตามเวลาและความฟิตของแต่ละคน ฉันเลือกเส้นทางแบบ ‘B’ ที่ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง วันนี้ต้องถ่อมตัวหน่อยเพราะสังขารไม่ค่อยอำนวย

เริ่มเดินไปไม่เท่าไหร่ ฉันซึ้งเลยว่าการเปลี่ยนทริปทั้งทริปครั้งนี้ไม่เสียเปล่า…

ฉันเดินไปตามสะพานไม้ที่สร้างเลาะไปตามขอบทะเลสาบ ฝั่งขวาปกคลุมด้วยต้นไม้ทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ขึ้นเบียดกันไปไม่เหลือช่องว่าง ส่วนฝั่งซ้ายก็เป็นผืนน้ำที่ใสแจ๋วเหมือนกระจกสีมรกต บางช่วงก็เป็นสีฟ้าใส มองไปก็เห็นปลาหลายสิบตัวว่ายไปมา บริเวณไหนที่ไม่ลึกมากก็สามารถมองเห็นได้ถึงก้นทะเลสาบ มันเหมือนตู้ปลาขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปลี่ยนน้ำ มันใสขนาดนั้นล่ะ นอกจากทะเลสาบแล้วน้ำตกที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่ไหน มีทั้งขนาดเล็กๆเตี้ยๆไปจนถึงขนาดใหญ่ยาวเป็นแนวตามสันขอบทะเลสาบส่งเสียงซู่ซ่าฟังแล้วเย็นๆ… สบายใจ

Plitvice Path

7 Plitvice 7 Plitvice-7 7 Plitvice-6 7 Plitvice-5 7 Plitvice-4 7 Plitvice-3

ฉันใช้เวลาเดินสลับถ่ายรูปอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงเศษๆ ไม่รู้สึกเหนื่อย อาการปวดท้องหายเป็นปลิดทิ้ง สงสัยเป็นเพราะว่าไม่ว่ามองไปทางไหนก็สวยมั้ง เพลินจนลืมปวด

สวยสมคำร่ำลือ!

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ถ้าสวรรค์มีจริง ฉันว่ามันก็คงหน้าตาคล้ายๆแบบนี้ล่ะ…

 

น้ำตาแรก

หลังจากขึ้นรถบัสที่มุ่งหน้ากลับซาเกร็บมาได้พักเดียว ความเหนื่อยล้าก็เข้าจู่โจม ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ฉันเหนื่อยมาก ปวดไปทั้งตัว อยากจะรีบกลับโฮสเทลแล้วล้มตัวลงนอน วันนี้คงทำร้ายสังขารมากไปหน่อย

รถบัสมาถึงซาเกร็บประมาณทุ่มกว่าๆ ฉันต้องต่อรถรางไปที่โฮสเทล คงเพราะเหนื่อยหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ ฉันลงรถผิดป้าย สับสน มืดไปหมด หลง!

ฉันเดินถามทางไปเรื่อยๆ เดินวนไปวนมาเป็นวงกลม บางคนบอกให้ไปทางนู้น บางคนบอกให้ไปทางนี้ ฟ้ามืดสนิทแล้ว คนบนถนนก็ไม่ค่อยมี จะทำยังไงดี?

โมโหตัวเอง แผนที่ง่ายๆทำไมเดินไม่ถูก!

ฉันเดินวนไปวนมาอยู่เกือบชั่วโมง น้ำตาเริ่มปริ่ม ทั้งตกใจ ทั้งเหนื่อย เพลีย และรู้สึกอับจนปนๆกันไปหมด… น้ำหนักของเป้ที่อยู่บนหลังหนักขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อซืมเต็มหน้าทั้งๆที่อากาศเย็น

แล้วน้ำตาก็ไหล…

สารรูปฉันคงดูเหมือนคนบ้าจนคนไม่กล้าเดินเข้าใกล้ หัวยุ่ง เดินกะโผลกกะเผลก แบกเป้หนักอึ้ง น้ำตาอาบหน้า

นี่หล่อนเป็นอะไร? จะร้องไห้ทำไม?

ปกติฉันหลงทางตลอดเวลา หลงจนเป็นเรื่องปกติ ฉันไม่เคยตกใจขนาดนี้ และไม่มีครั้งไหนที่ฉันรู้สึกจนมุมขนาดนี้ สงสัยจะเป็นฮอร์โมน

ฉันโยนความผิดให้ฮอร์โมนแล้วกัน…!

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ในที่สุดฉันก็เดินจนเจอถนนสายที่โฮสเทลตั้งอยู่ ความรู้สึกเดียวตอนนั้น คือ โล่งอก เพราะนอกจากจะเหนื่อยจุกอกแล้ว ฉันยังรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเวลาเดินคนเดียวตอนมืดๆเท่าไหร่

เดินเข้าไปถึงห้องได้เท่านั้นล่ะ ทิ้งกระเป๋า ล้มตัวลงนอนทันที

ค่อยๆสูดหายใจ ช้าๆ ยาวๆ ดึงสติให้กลับมา…

เย็นนี้พึ่งพิง ‘มาม่า’ เพื่อนยาก

พรุ่งนี้ได้เวลากลับบ้านแล้ว

ทริปหน้าไปเที่ยวไหนดีหว่า?

บูดาเปสก็น่าจะอากาศดีช่วงนี้…

เอาไงดี?

นอนพักก่อนละกัน

สลบ.

 

ผลลัพธ์ของแผน ‘หลวม’

ฉันเคยเดินทางไปที่ต่างๆเกือบ 50 ประเทศทั่วโลก แต่สำหรับฉันการเดินทางครั้งนี้พิเศษและติดจิตตรึงใจมากกว่าการเดินทางครั้งอื่นๆ แน่ๆว่าคงไม่ใช่เพราะความสมบูรณ์แบบที่ทำให้ฉันหลงรักทริปบอลข่าน คนที่ติดตามอ่านมาก็คงรู้ว่ามันเละๆเทะๆลนๆงงๆมาตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันรักการเดินทางครั้งนี้เพราะความไม่สมบูรณ์แบบของมันนี่ล่ะ ความหลวม ความเละ ทำให้ฉันได้ก้าวทะลุกรอบของตัวเองออกมา ที่ผ่านมาฉันชอบการควบคุม ทุกอย่างต้องตรงเป๊ะตามแผน ผิดแผนแล้วสติหลุด แต่ด้วยความที่ครั้งนี้ฉันไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัว ฉันจึงต้องยอมรับที่จะอยู่กับแผน ‘หลวมๆโครกๆ’

ข้อดีของแผน ‘หลวมๆ’  คือ ทำให้ฉันจำเป็นต้องเปิดกว้างตอบรับทุกคนและทุกอย่างที่เผอิญมาอยู่ตรงหน้าแล้วปล่อยมันพาฉันไป สิ่งที่ได้กลับมาก็คุ้มจริงๆ ฉันได้ทั้ง ‘สตอรี่’ ‘ความรู้’ ‘เพื่อนใหม่’ ‘น้ำตา’ ‘ความตื่นเต้น’ และได้ทำอะไร ‘ครั้งแรก’ หลายๆอย่าง ทั้งเอ็กซเรย์สมอง ให้น้ำเกลือ โดนยิบซีเปิดกระโปรง หรือได้ร่วมทัวร์หลุดโลกของบาต้า

สำหรับฉัน ฉันว่าแผน ‘หลวมๆ’ ก็เหมือนกับ ‘ภาพวาดสีน้ำ’ ที่ปล่อยให้สีมันไหลมันซึมไปตามธรรมชาติภายใต้ลายเส้นกรอบบางๆ ล้นไปบ้างขาดไปบ้างตามธรรมชาติของสีน้ำ ถ้าเราไปควบคุมมันมากๆ ภาพที่ได้ก็อาจจะสวยดี แต่ดูแล้วคงเบื่อ สมบูรณ์แบบไป ขาดความเป็นธรรมชาติ ‘แผน’ ก็เหมือนกัน ถ้าไปตีกรอบมันมากๆ ควบคุมทุกอย่าง บางครั้งนอกจากจะเครียดแล้ว เราก็อาจจะเสียโอกาสดีๆที่เดินมาอยู่ตรงหน้า บางครั้งเราน่าจะปล่อยให้โชคชะตานำพาการเดินทางไปบ้าง ให้สถานการณ์เฉพาะหน้าพัดเราไป ปล่อยๆบ้าง เสี่ยงๆบ้าง ชีวิตจะได้มีรสชาติ จะได้มี ‘ความตื่นเต้น’

แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ความคิดของฉัน อาจเป็นเพราะฉันเสพติด ‘ความตื่นเต้น’ ของการเดินทางแบบไร้แผนไร้การควบคุมไปแล้ว

 

***********

ที่พัก

Hobo Bear Hostel ตั้งอยู่ใจกลางเมือง หาง่าย ไปไหนมาไหนสะดวก มีซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านอาหาร บาร์ ห้องพักที่นี่มีทั้งแบบรวม แบบเดี่ยว ฉันพักห้องสี่เตียง ราคา 130 Kuna หรือ 600 กว่าบาท ใต้เตียงมีที่เก็บของ ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน อุปกรณ์เครื่องครัวครบ ห้องรับแขกมีทีวีให้ดู มีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง Wi-Fi อาหารเช้า พนักงานต้อนรับก็น่ารักและให้ความช่วยเหลือดี

 

สิ่งน่ารู้

  • เส้นทางเดินใน Plitvice Lakes National Park มีทั้งหมด 8 เส้นทาง จะเลือกเส้นทางไหนก็ได้ขึ้นอยู่กับเวลาที่เรามี และสิ่งที่เราอยากจะเห็น มีตั้งแต่ 2 ชั่วโมงไปจนถึง 8 ชั่วโมง ด้านในมีบริการเรือ และรถมินิบัสด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเส้นทางที่เลือกและความฟิตของแต่ละบุคคล สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่ 
  • สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเข้าเยี่ยมชม Plitvice Lakes National Park ช่วงหน้าร้อน คือ
  1. รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากีฬาที่เดินสบายๆ เพราะเดินเยอะมาก ขึ้นเขาลงเขาด้วย
  2. เสื้อผ้าสวมใส่สบาย
  3. หมวก
  4. แว่นกันแดด
  5. น้ำดื่ม
  6. อาหารและขนมกินเล่น
  7. ครีมกันแดด
  8. กล้อง

 

การเงิน

– 1 Kuna = 5 บาท

– รถทัวร์ระหว่างกรุงซาราเยโวและกรุงซาเกร็บราคา 50 KM มีวันละ 5 รอบ คือ 

เวลาออก เวลาถึงที่หมาย ระยะเวลา อื่นๆ
22:00 6:00 8:00
6:30 14:50 8:20
9:30 16:00 6:30
12:30 20:55 8:25
16:00 23:50 7:50 จันทร์, พุธ,ศุกร์

 

 

  • รถไฟระหว่างกรุงซาราเยโวและกรุงซาเกร็บราคา 60 KM ตอนนี้มีเพียง 1 รอบ คือ 11:17 ถึงตอน 20:09

**เหตุที่ฉันเลือกรถบัส เพราะมีคนบอกฉันว่าเขานั่งรถไฟ มันก็ดีเพราะมีที่เดินยืดแข้งยืดขา วิวสองข้างทางก็สวย แต่ว่าคนส่วนใหญ่สูบบุหรี่ตลอดเวลา ดังนั้นฉันเลยหลีกเลี่ยง อันนี้แล้วแต่บุญกรรมทำมาจริงๆ ถ้าโชคดีอาจไม่มีคนสูบบุหรี่เลยก็ได้

  • ค่าตั๋วเข้าชม Museum of Broken Relationship คือ 25Kuna สำหรับผู้ใหญ่ และ 20 Kuna สำหรับคนมีบัตรนักเรียน(เย้!)
  • รถบัสไปกลับ Plitvice Lakes National Park มีทั้งวัน ใช้เวลาระหว่าง 2-3 ชั่วโมง ราคาก็แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคันไหนจอดบ่อยแค่ไหน สามารถเข้าไปเช็ครายละเอียดได้ ที่นี่
  • ค่าตั๋วเข้า Plitvice Lakes National Park สามารถเช็คได้ ที่นี่

Related Posts:

10 comments on “Plitvice Lakes National Park และ ซาเกรบเบาๆ (7)

  1. หลังน้ำตาล่วง บางทีก็ทำให้เราก็รู้สึกดีขึ้นนะ 😀 ชอบแผนหลวมเหมือนกัน เร้าใจดีออก

  2. “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ถ้าสวรรค์มีจริง ฉันว่ามันก็คงหน้าตาคล้ายๆแบบนี้ล่ะ”
    ประโยคนี้ไปจำใครมาหรือเปล่า แต่คิดขี้นมาเองระก็…..เป็นกวีได้เลยนะเี่นี่ยะ คมมาก

  3. สวยคะ สวยมาก ๆ หลานไม่ต้องรอขึ้นสวรรค์เวลาสิ้นลม หลานได้ขึ้นสวรรค์แล้ว ขอบใจมากที่แบ่งปัน

  4. ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่มาแบ่งปัน อ่านแล้วอยากไปเที่ยวตามทุกที่เลยค่ะ ซักวันจะทำให้ได้

Leave a Comment

*