สถานที่ที่อยากให้ไปก่อนอายุ 35

แม้จะเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน แต่ต่างคนเดิน ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างไป และแม้จะเป็นคนเดียวกัน แต่หากช่วงอายุ ประสบการณ์ในการมองโลกไม่เหมือนเดิม ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังต่างไปอีก ดังนั้นการเลือกสถานที่ให้เหมาะกับช่วงเวลานั้นๆในชีวิตจึงมีความสำคัญ

ช่วงอายุก่อน 35 ถือเป็นช่วงเวลาที่พลังล้นเหลือ ยังมีแรง ยังมีความกล้า ยังมีความบ้า ชีวิตอยู่ในช่วงการเรียนรู้ การทดลอง การค้นพบตัวตนของตัวเอง และจะว่าไปก็เป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรับผิดชอบหนักหนาสาหัส สามารถออกเดินทางไกลและทำตามหัวใจของตัวเองได้

สถานที่ที่เหมาะกับช่วงอายุนี้ คงเป็นที่ที่ได้ปลดปล่อยพลัง ได้ทดลอง ทดสอบตัวเอง ได้ค้นหา ได้เข้าใจ และได้มีที่ให้พลังพลุ่งพล่านได้สงบลงเสียบ้าง เส้นทางที่เลือกมาในวันนี้ คือ สถานที่ที่ว่ามา อย่างน้อยก็สำหรับตัวเอง


1.The Balkans


ที่นี่เราจะได้เจอกับนักเดินทางวัยรุ่นที่พร้อมมาสนุก มาลองอะไรใหม่ๆ มาปลดปล่อยพลัง มาโดยไม่ยึดติดกับแบบแผนเส้นทางตายตัวโดยปล่อยให้หัวใจนำเส้นทางในแต่ละวัน คงเพราะพื้นที่แถบนี้เดินทางง่าย ผู้คนน่ารัก ราคาไม่แพง และยังเป็นที่ที่การโบกรถเที่ยวค่อนข้างเป็นที่นิยม ซึ่งดึงดูดนักเดินทางที่อยากมาผจญภัยในงบแสนน้อย กิจกรรมที่สามารถทำได้ ก็ทั้งปีนกำแพงปราสาทขึ้นไปบนเขาเพื่อนั่งดูแสงไฟจากเมืองเล็กๆชื่อว่าโคทอร์ที่ตั้งอยู่ริมอ่าว ไปทัวร์คนบ้าที่ชื่อ ‘บาต้า’ ที่จะเหวี่ยงเราไปตามถนนเส้นเล็กๆของเมืองมอสตาร์พร้อมกับมานอนพักเปลือยจิตวิญญานใต้แสงดาวริมแม่น้ำ หรือจะเช่ารถขับรอบประเทศ แบกเป้เดินป่า กระโดดทะเลสาบก็ยังได้ ประเทศแถบบอลข่านที่แนะนำ คือ บอสเนีย มอนเตเนโกร และสโลเวเนีย


2.Overland Trip in Africa


แอฟริกา คือ ดินแดนที่มีเสน่ห์ที่สุดที่เคยเดินทางมา และเพื่อให้ได้สัมผัสกับสองข้างทางมากที่สุด ปลอดภัยที่สุด และในราคาที่ถูกที่สุด การเดินทางแบบ ‘โอเวอร์แลนด์’ หรือการเดินทางด้วยรถเพียงอย่างเดียวจึงเกิดขึ้น


พวกเรานั่งรถบรรทุกที่ถูกดัดแปลงเป็นรถสารพัดประโยชน์ ขนเต็นท์ อุปกรณ์ครัว สัมภาระและของที่จำเป็นทั้งหมดตุเลงตุเลงคลุกฝุ่นไปด้วยกัน นักเดินทางจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเพื่อทำหน้าที่ต่างๆ กางเต็นท์ ทำความสะอาดรถ หรือทำอาหาร ถ้าคิดว่าเท่านี้ตื่นเต้นแล้ว เส้นทางยังน่าตื่นเต้นกว่า เพราะเส้นทางนี้จะพาไปเจอกับฝูงสิงโต ควายป่า แรด เสือดาว ช้างป่า การอพยพของฝูงสัตว์ที่เหมือนหลุดออกมาจาก Nat Geo และไฮยีน่าที่มาทักทายรอบเต็นท์ตอนกลางคืน ยังมีน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดที่ในโลกที่ถ้าไปตอนวันพระจันทร์เต็มดวงก็จะได้ดูสายรุ้งที่เกิดจากแสงจันทร์ด้วย และท้ายที่สุดคือตลอดเส้นทา เราจะได้เจอกับห้องน้ำกลางแจ้งวิวสวยๆเสมอ


ด้วยวิธีการเดินทางแบบนี้บนเส้นทางเช่นนี้จะทำให้ทุกคนได้ออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ได้เอาชนะความเคยชินเดิมๆ และลดข้อแม้ในชีวิตลงได้อย่างมาก ซึ่งสุดท้ายชีวิตเราจะง่ายขึ้น
บริษัทที่แนะนำ Acacia Africa(25-35), Intrepid (รุ่นใหญ่จะเยอะ), G-Adventure (18-23)


3. The Trans-Siberia


เส้นทางรถไฟที่ผ่านประเทศจีน มองโกเลีย และรัสเซีย จะช่วยเราทำลายกำแพงการสื่อสารของตัวเองไม่ให้ถูกจำกัดแค่ภาษาพูดเท่านั้น เพราะประเทศทั้ง 3 ประเทศนี้เขาไม่พูดภาษาอื่นนอกจากภาษาของเขาเอง เส้นทางสายนี้ต้องการการปรับตัวอย่างที่สุด ทุกๆวันไม่ใช่เพียงวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไป ภาษา หน้าตา ผู้คน อาหาร และทุกสิ่งรอบตัวก็แตกต่างกันไปในแต่ละวันด้วย แต่ถ้าใครพร้อมเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ได้รับกลับมาจะเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดในชีวิต


4. The Himalayas


ภูเขาสูงทุกแห่งในโลกใบนี้สามารถมอบความรู้สึกนี้ให้ได้ ความรู้สึกที่ว่า ‘ฉันไม่ไหวแล้ว’ ‘ฉันกำลังทำอะไร’ และความคิดถึงการ ‘ยอมแพ้’ มีเยอะ เยอะเสียจนเกือบจะลืมความตั้งใจที่จะมาที่นี่ตั้งแต่แรก แต่เราต้องฝึก…

เส้นทางการเดินขึ้นภูเขาสูงเหมือนกับการไล่ตามความฝัน กว่าจะไปเดินได้ ต้องใช้เวลาในการเตรียมร่างกายให้พร้อม ภูเขายิ่งสูง ยิ่งต้องเตรียมตัวนาน เราต้องหาข้อมูล ลงทุนอุปกรณ์ และถึงแม้ว่าทุกอย่างจะพร้อมแล้ว พอขึ้นไปถึงก็ต้องเจอกับตัวแปรมากมาย สภาพอากาศ เพื่อนร่วมทีม ร่างกายของตัวเองและอีกมากมาย และแม้ว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ แต่สุดท้ายอาจจะต้องแพ้ภัยตัวเอง ยอมแพ้ทั้งๆที่ยังไม่แพ้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ภูเขาสอนให้รู้ว่าเราต้องหยุดที่ตรงไหนเพราะถ้าก้าวต่อไปจะอันตราย การรู้จักการหยุดไม่ใช่การยอม แต่เป็นการลดความถือดีของตัวเองเพื่อกลับไปฝึกมาใหม่และกลับมาลองใหม่

และนี่ล่ะคือกระบวนการเดียวกับไล่ตามความฝัน 😀

ที่เลือกเทือกเขาหิมาลัยก็เพราะว่าสามารถไปได้ง่าย มีภูเขาสูงน้อยสูงมากเหมาะกับความสามารถ ราคาไม่แพง และมีรายละเอียดข้อมูลมากมายให้ตามอ่านกันได้เยอะ


5.Wadi Rum


ท่ามกลางความพลุ่งพล่านของพลังทั้งหมด สิ่งที่จำเป็นอีกอย่างสำหรับคนวัยนี้ คือ ความเงียบ เงียบเพื่อให้เวลาสิ่งที่ได้พบ ได้เจอ ได้เห็น ได้ยินมาทั้งหมดได้ตกตะกอนเป็นความคิดที่ชัดเจนเพื่อนำไปใช้กับชีวิตต่อไป

ที่ทะเลทรายวาดิรัม ประเทศจอร์แดน เราจะได้เจอกับความเงียบที่สงบที่สุด ความว่างเปล่าที่กว้างใหญ่ และความมืดสนิทที่ทำให้แสงดาวได้ออกมาเต้นรำ ในบรรยากาศแบบนี้นี่ล่ะที่คนคนหนึ่งจะได้เริ่มบทสนทนากับตัวเอง ได้ตั้งคำถามและได้หาคำตอบให้กับชีวิต…

แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนหรือเมื่อไหร่ การเดินทางทุกครั้งและทุกที่ที่เราไปจะค่อย ๆเปลี่ยนมุมมองการมองโลก การใช้ชีวิต และช่วยให้เราค้นพบความต้องการของตัวเองไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นจะไปใกล้หรือไกล จะมีเวลามากหรือน้อยไม่สำคัญ ขอแค่ลากกระเป๋าคู่ใจเสมือนเพื่อนร่วมทางไปไหนไปกันในทุกที่ แล้วก้าวออกจากประตูบ้านเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว


TRAVEL TIP : การเลือก ‘ขนาดกระเป๋า’ สำหรับการเดินทาง


คำถามที่ถามกันมาบ่อยๆ คือ ‘ใช้กระเป๋าเดินทางขนาดไหนดีคะ’ จริงๆแล้วไม่มีใครสามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างแม่นยำที่สุดนอกจากตัวเอง เพราะของสำคัญของแต่ละคนไม่เหมือนและไม่เท่ากัน

สำหรับ ‘กระเป๋าเป้’

เป้ คือ สิ่งที่เราต้องแบกอยู่บนหลังและคอยสะพายขึ้นสะพายลงอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ลำบากกับร่างกายจนเกินไป ขนาดควรอยู่ระหว่าง 30- 60 ลิตร และไม่แนะนำให้ซื้อขนาดใหญ่กว่านี้โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะยิ่งขนาดเป้ใหญ่ ของก็จะยิ่งเยอะตาม ทีนี้เวลาต้องแบกเป้ไปไหนมาไหนก็จะทำให้เดินไม่ไหวและสุดท้ายบาดเจ็บได้

เป้ขนาด 30 ลิตร สามารถใช้เดินทางได้ 1-2 สัปดาห์ และเป้ขนาด 50-60 ลิตร สามารถใช้เดินทางได้ตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะมีเป้ใบเล็กอีก 1 ใบที่เรียกว่า ‘Day Pack’ เพื่อใส่ของมีค่าติดตัวตั้งแต่หนังสือเดินทาง กล้อง และอื่นๆ

สำหรับ ‘กระเป๋าเดินทาง’

ข้อดีของกระเป๋าเดินทาง คือ ไม่ต้องรับน้ำหนักและล็อคได้ แต่ควรเลือกกระเป๋าที่ดี ดีในเรื่องความคงทน โดยเฉพาะกับระบบซิบและระบบล้อ เพื่อไม่ให้ความสบายกลายเป็นภาระ

การเดินทางที่เหมาะกับกระเป๋าประเภทนี้ คือ การเดินทางในประเทศที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศดี ถนนดี ระบบขนส่งมวลชนดี เช่น ทวีปยุโรป ซึ่งประเทศเหล่านี้เราสามารถลากไปบนถนนได้ทุกที่ลงรถไฟใต้ดินก็มีลิฟท์ ไม่จำเป็นต้องแบกกระเป๋าวิ่งตามรถ เบียดเสียดกับคนหมู่มาก หรือแบกเดินข้ามหลุมข้ามบ่อ

ตัวมิ้นท์เองจะใช้กระเป๋าขนาดถือขึ้นเครื่องประมาณ 30-40 ลิตร สำหรับการเดินทางสั้นๆง่ายๆ 1-2 สัปดาห์ หรือจะใช้เป็นกระเป๋าใบที่สองเวลาเดินทางไปทำงานและต้องผ่านหลายประเทศ เพื่อใช้สำหรับใส่อุปกรณ์หนักๆ เช่น กล้อง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อไม่ต้องแบกน้ำหนักไว้บนหลังระหว่างเดินเข้าประตูขึ้นเครื่องหรือการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ซึ่งหลายๆที่เดินไกลและรอนานหลายชั่วโมง)

กระเป๋าขนาด 60-80 ลิตร ใช้สำหรับการเดินทาง 3 สัปดาห์เป็นต้นไป และกระเป๋าขนาดเกิน 100 ลิตรใช้สำหรับการย้ายไปเรียนต่างประเทศ หรือขนของกลับบ้าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องระวังเรื่องน้ำหนักกระเป๋าด้วยนะคะ

ขอให้โชคดีกับทุกการเดินทางนะคะ

#TheWorldisRunWay #EVOASamsonite

www.houseofsamsonite.co.th

******************

Related Posts:

  • No Related Posts

Leave a Comment

*