เทือกเขาอัลไต: วันที่แสนจะยุ่งเหยิง

เวลา 7 โมงเช้าฉันได้ยินเสียงคนเปิดเต็นท์ สงสัยว่าคงเป็นอีวานกับทันย่า ฉันพยายามข่มตาหลับต่อไปเพราะฉันยังไม่ได้นอนมาตั้งแต่เมื่อคืน ฉันรู้สึกเหนื่อยและเพลียมาก ฉันนอนพลิกตัวไปมาพยายามหามุมที่อุ่นที่สุด ผ่านไปสักพักฉันรู้ว่าถึงนอนในนี้ต่อไปมันก็คงไม่อุ่นขึ้น สู้ฉันลุกออกไปเดินข้างนอกยังจะดีกว่า คิดได้ดังนั้นฉันก็เปลี่ยนชุด เก็บถุงนอนแล้วเปิดเต็นท์ออกไป

“Morning! How did you sleep?” คุณแม่ตะโกนทักมาแต่ไกล

“Morning!” ฉันทักทาย

ฉันไม่รู้จะตอบอย่างไร ฉันเกรงใจ จนกระทั่งอเล็กซ์ตื่นขึ้นมาแล้วมาถามฉันว่าฉันนอนเป็นอย่างไรบ้าง ฉันถึงจะเล่าให้เขาฟังว่าฉันไม่ได้นอนเลยทั้งคืน…

“Why didn’t you call us? It was so warm inside, we could have given you some cloths. Mint! Next time you have to tell us.” เขาโกรธฉัน

“I’m sorry. I thought I could sleep.” ฉันไม่รู้จะตอบอย่างไร

“We will try to think about something so tonight you can get some sleep. Now let’s have breakfast.”

5 breakfast

ขณะที่เรานั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ แพทริคกับมิค่าก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งปั่นจักรยานมาทางพวกเรา

“We saw him once on the way to Kurai. He just wore flip-flop and shorts! That’s so dangerous! Alex, can you ask him if he did bike all the way up here?”

สรุปแล้วเขาปั่นจักรยานขึ้นมาจริงๆ แพทริคคงรู้สึกเสียฟอร์ม เพราะพวกเขาทิ้งจักรยานไว้กลางทาง อีกอย่างเขาก็มีรองเท้ามีอุปกรณ์ที่เหมาะกับการปั่นจักรยานมากกว่า ในขณะที่ชายรัสเซียคนนี้ใส่รองเท้าแตะ!

หลังอาหารเช้าฝนตกลงมาอย่างหนัก พวกเรารีบหนีเข้าไปอยู่ในเต็นท์ของครอบครัวที่ยังไม่ได้เก็บ อัดกัน 6 คนในเต็นท์เหมือนปลากระป๋องเด๊ะ พวกเรานั่งเล่นไพ่ฆ่าเวลากันจนถึงบ่ายกว่าฝนจะเริ่มซาเม็ดลง

5 playing cards

ระยะทางวันนี้เหลือไม่มากแต่กลายเป็นว่าพอเดินมาได้สักพักจนเกืิอบจะถึงอยู่แล้ว คุณพ่อก็หยุดลง เขาว่าเมื่อสองปีก่อนที่ที่ตั้งแคมป์แถวภูเขาพื้นมันค่อนข้างจะเปียก น่าจะดีกว่าถ้าเราตั้งเต็นท์ตรงนี้ และแล้วครอบครัวก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง…

บทสรุปก็คือ ฉันกับแพทริคนั่งเฝ้าของส่วนคนที่เหลือไป ‘เช็คพื้น’ พวกเรานั่งคุยกันจนรู้ชีวิตกันหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกลับมา

“Maybe they are taking soil to test in a lab!” แพทริคพูดติดตลก

ผ่านไปอีกสักพักใหญ่พวกเขาก็เดินกันกลับมา มาถึงตอนนี้แพทริคโมโหเล็กน้อย เขากับมิค่าทะเลาะกัน อเล็กซ์ก็ยังพูดยังเถียงไม่หยุด แพทริคก็ยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก พื้นที่กางเต็นท์กลายเป็นปัญหาระดับนานาชาติไปได้อย่างไร…

คุณแม่คงเห็นท่าไม่ดี เลยเดินไปหยิบเอาขนมปังกับถั่วออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนทาน เมื่อการ ‘กิน’ เริ่มขึ้น การ ‘เถียง’ กันก็จบลง ฉันหันไปถามอเล็กซ์ว่าสรุปนี่เราจะนอนที่ไหนกันคืนนี้

“We found the spot to camp tonight. It’s 15 minuets away” อเล็กซ์ตอบ

แล้วเมื่อกี้ที่หายไปเป็นชั่วโมง…! ฉันอยากจะถามต่อ แต่ก็ตัดสินใจเก็บปากเก็บคำเอาไว้ ไม่อยากกวนน้ำให้ขุ่น ไม่อยากให้การเถียงเริ่มขึ้นอีก

พื้นที่ตั้งเต็นท์ที่จะกลายเป็นบ้านของพวกเราในช่วงหลายวันข้างหน้ามีฮวงจุ้ยที่ดี ด้านหน้าติดลำธาร ส่วนด้านหลังเป็นภูเขาและเมื่อมองไกลออกไปยังเห็นอัคตรูน้อยที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะและแผ่นน้ำแข็งสีขาว ฉันไม่พูดพร่ำทำเพลงเริ่มต้นสร้างบ้าน(กางเต็นท์)ทันที

5 Campground

ค่ำวันนี้พวกเราเดินไปทักทายเพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านของพวกเราเป็นกลุ่มนักศึกษาด้านธรณีวิทยาชาวรัสเซียที่มาศึกษาภูเขาที่นี่ พวกเราทั้งหมดมานั่งรอบกองไฟดื่มชา กินนมข้นหวาน พร้อมๆกับฟังเพลงเคล้าเสียงกีตาร์จากหนุ่มน้อยหน้าตาดี 2 คน คนหนึ่งร้อง คนหนึ่งเล่นกีตาร์ เล่นเพราะบ้างร้องเพี้ยนบ้าง แต่ฉันก็ให้อภัย เพราะหน้าตาดีจริงๆ ขอให้คะแนนหน้าตาและการใส่อารมณ์สิบเต็มสิบ ทุกคนนั่งปรบมือ ยิ้มแย้ม หัวเราะกันเสียงลั่น เสียงเพลงและความอบอุ่นจากกองไฟกองใหญ่ช่วยให้ลืมความเหนื่อยไปได้บ้าง ฉันรู้สึกอบอุ่นและอิ่มใจอย่างประหลาด ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้มานั่งรอบกองไฟร้องพลงอยู่กับชาวรัสเซียกลางเทือกเขาอัลไตแบบนี้…

5 Campfire

คืนนี้ครอบครัวอเล็กซ์ตัดสินใจเสียสละถุงนอนให้ฉันมาเพิ่มอีก 1 ถุง เพื่อว่าฉันจะได้อุ่นพอ แล้วได้นอนหลับบ้างคืนนี้ บางครั้งน้ำใจที่คนอื่นให้มามันก็เยอะเสียจนฉันไม่รู้จะรับไว้อย่างไรไหว…

คืนนี้ฉันหลับสบาย เพราะอุ่นที่กายและอุ่นที่ใจ

**************

Related Posts:

One comment on “เทือกเขาอัลไต: วันที่แสนจะยุ่งเหยิง

Leave a Comment

*