Recent Stories

เป้ 1 ใบ กับเวลา 3 วัน และเงินพันกว่าบาทที่บ้านถ้ำเสือ เพชรบุรี

ที่ผ่านมาเป็นภูมิแพ้กรุงเทพหนักมาก ทั้งอารมณ์เสีย ทั้งผื่นขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่ออกจากรุงเทพปุ๊บ หายทุกที ครั้งนี้หลังจากทนมาหลายสัปดาห์ก็เลยตัดสินใจออกเดินทางหนีกรุง แต่เพราะมีเวลาเพียง 3 วัน จะให้ไปไกลๆก็คงไม่ได้ ตอนนั้นมีพี่สาวคนหนึ่งเล่าถึงเรื่องบ้านถ้ำเสือให้ฟังเลยตัดสินใจไป 

เหตุผลแรก เพราะอยู่ใกล้กรุงเทพ 

เหตุผลที่สอง นั่งรถไฟฟรีไปได้ มิ้นท์ผู้เสพติดรถไฟฟรีชอบเลย

เหตุผลที่สาม บ้านถ้ำเสือเป็นการท่องเที่ยวชุมชนแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองสนใจ และอยากเรียนรู้ 

ก็นั่นล่ะค่ะ การเดินทางครั้งนี้เลยเกิดขึ้น ^^

ก่อนออกเดินทาง 3 วัน มิ้นท์ติดต่อไปทางโฮมสเตย์บ้านถ้ำเสือเพื่อสอบถามเรื่องรถเข้าไปและจองที่พัก ถามเรื่องกิจกรรมต่างๆ อาน้อยบอกว่าพอลงรถไฟ ให้นั่งรถตู้ไปแก่งกระจาน พอขึ้นรถตู้ให้โทรหาอาน้อย อาน้อยจะบอกกับรถตู้

การเดินทางบนรถไฟยังมีเสน่ห์เช่นเดิม มิ้นท์ได้ไปจับกลุ่มคุยอยู่กับคุณป้า 3 คนที่นัดกันมาเที่ยวชะอำ แต่ละคนอายุเกือบเท่าอาม่ามิ้นท์ แต่กลับไม่รู้สึก เพราะจิตวิญญานความเป็นเด็กยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ชวนคนนู้นคนนี้คุยเล่น ถ่ายรูปกันเหมือนวัยรุ่น ยกของยกกระเป๋ากันเอง ขอช่วยก็ไม่ยอม คุณป้าๆบอกว่าจะไปกินปูเอาเท้าจุ่มทะเล ที่นั่งรถไฟฟรีก็เพราะว่า “มันสบาย มีเวลาด้วย แถมไม่เสียเงิน มีอะไรไม่ดีล่ะจ๊ะ”

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-1-of-12 Continue reading

Related Posts:

ซ่อมหน้าไหม้ใน 5 วัน

‘หน้าไหม้ ไม่ได้เสียโฉมมมมมมม!’ มิ้นท์บอกแม่ที่บ่นพึมพัมด้วยความตกใจ

ครั้งนี้ด้วยความสะเพร่า เบลอ หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เดินขึ้นเขาโดยไม่ได้ทาครีมกันแดด ไม่ใช่ไม่เอาไปนะ เอาไป แต่ไม่ได้หยิบออกจากเป้มาใช้ ผลที่ได้รับหลังจากการเดินขึ้นภูเขาหิมะ 9 ชั่วโมงก็คือ หน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงในตอนเย็น แสบๆร้อนผ่าวๆ ตอนแรกคิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก แต่ที่ไหนได้ความหฤหรรษ์ตามมาติดๆ

วันรุ่งขึ้นหน้าแดงอมชมพูกลายเป็นแดงแบบเนื้อดิบ ล้างหน้าทีน้ำตาแทบไหล ไปทางไหนมีแต่คนทักจนต้องใส่แว่นกันแดดซึ่งไม่ช่วย ปิดหน้าก็ไม่ได้กลัวจะระคายเคือง คนไม่กล้ามองหน้าเราเพราะค่อนข้างน่ากลัว ตัวเองยังกลัวตัวเองตอนส่องกระจก ตอนกลับมาบ้านแม่ชะงัก บ่นพึมพัมว่า ‘เค้าบอกราศีพิจิกจะเสียโฉม’ เลยบอกแม่ว่า ‘หน้าไหม้ ไม่ได้เสียโฉมมมมมมม!’ ตอนขึ้นแท็กซี่ไปประชุมงานเพราะไม่กล้าใช้ขนส่งสาธารณะ พี่แท็กซี่ก็ถามอีกว่า ‘ไปโรงพยาบาลหรอน้อง หน้าเอ่อ…’ เฮ้ยยยยย! 

แต่หลังจาก 5 วันที่ผ่านมา ตอนนี้กลับมาเป็นปกติเรียบร้อย ผ่านการ แดง-แสบ-แห้ง-ลอก จนเหมือนเดิม เลยจะมาแบ่งปันวิธีที่ใช้กันนะคะ เผื่อใครเป็นบ้าง(ซึ่งอย่าเลยนะ)จะได้ลองทำกันดู

Screen Shot 2559-06-01 at 11.21.46 AM Continue reading

Related Posts:

กระบี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล ณ เขาหงอนนาค

หนูมาคนเดียวค่ะก๊ะ ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นด้วย เลยกะว่าจะโบกรถเอา ก๊ะรู้ไหมว่าหนูไปยืนโบกตรงไหนดี แล้วควรจะไปลงที่ไหน

วันแรกที่เดินทางไปถึงกระบี่ของฉันหมดไปกับการหาวิธีไปที่เขาหงอนนาค ภูเขาที่ว่ากันว่าวิวข้างบนสวยนักสวยหนา ภูเขาที่ไม่มีรถสาธารณะรับส่งไปที่ตีนเขา หากจะไปต้องขับรถไปเอง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเอง ไม่ก็ต้องเหมารถไปซึ่งราคาค่อนข้างแพงเอาการ

“อย่าโบกรถเลย ผู้หญิงคนเดียวด้วย แถวนั้นมันเปลี่ยวอยู่นา ทำไมไม่ลองโทรหาเจ้าหน้าที่ที่ทับแขกล่ะ ให้เขามารับ มันน่าจะได้นะ” ก๊ะเจ้าของร้านอาหารที่อยู่ติดกับโฮสเทลที่พักแถวอ่าวนาง

ตอนนั้นฉันฟังเอาไว้เป็นทางเลือก แม้ในใจยังดึงดันเล็กน้อยเพราะคิดว่ามันน่าจะได้ น่าจะสนุก พอกลับมาถึงโฮสเทล เจ้าหน้าที่ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ยาก กว่าจะโบกไปถึง ถ้าถึงน่ะนะกว่าจะได้ขึ้นคงเที่ยง’ ตอนนั้นเลยคิดว่าเอาวะ! ลองโทรถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ดูก็ได้ เผื่อพี่เขาจะมีวิธีที่ดีกว่า

หลังจากหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต โทรไปโทรมาถามไปถามมาก็ได้เบอร์คุณน้าสมพรหัวหน้าอุทยานทับแขกเขาหงอนนาคมาจนได้

“คุณน้าสมพรรึเปล่าคะ หนูจะขึ้นไปเขาหงอนนาคค่ะ” 
“เอ้อๆ มาๆ ยินดีต้อนรับ” เสียงผู้ชายวัยกลางคนตอบมาจากปลายสาย
“แต่หนูไม่รู้จะไปยังไงดี มันโบกรถไปได้ใช่ไหมคะ” ฉันถามเสียงลุ้น
“ไม่ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์มาสิ” คุณน้าบอกเสียงสบายๆ
“ขี่ไม่เป็นค่ะ หนูว่าจะโบกรถไป คุณน้ามารับหนูซักจุดได้ไหมใกล้ๆแถวนั้น เดี๋ยวหนูโบกรถไปใกล้ๆ” ฉันถามต่อไป
“โบกรถมันยากนา ว่าแต่มากี่คนล่ะหนู” คุณน้าถามกลับเสียงดูครุ่นคิด
“คนเดียวค่ะน้า หนูต้องโบกไปตรงไหนดีคะ” ฉันยังยืนยันว่าจะโบกรถไป
“เอางี้! มาคนเดียวโบกรถไม่ดี เดี๋ยวไปรับที่ที่พัก พักอยู่ไหน”  

Continue reading

Related Posts: